สภารัฐฉาน:อีกก้าวย่างของการรวมชาติ

นวลแก้ว บูรพวัฒน์ รายงาน

(หมายเหตุ - บทสัมภาษณ์จากหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ , ฉบับสัปดาห์สุดท้าย มกราคม/2552)



               ตลอด ๕๐ ปีของการล้มลุกคลุกคลานต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในรัฐฉาน เพื่อปลดเปลื้องจากการกดขี่ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ปัญหาสำคัญอันดับแรกก็คือ การสร้างความสามัคคีในชาติพันธุ์เดียวกัน และระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ  เพราะที่ผ่านมา มีทั้งสงครามระหว่างนักรบไทใหญ่ด้วยกันเองอันเต็มไปด้วยการหักหลังเข่นฆ่า  ทั้งยังมี

สงครามระหว่างไทใหญ่กับว้า ปะโอ ลาหู่ ฯลฯ ที่สู้รบกันอยู่ตลอดมา ดังนั้นผู้นำกองทัพไทใหญ่ในอดีตทั้งนายพลโมเฮง และผู้นำปัจจุบันคือพันเอกเจ้ายอดศึกที่ได้มองเห็นปัญหานี้มาตลอด จึงได้ดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดมา ที่จะสร้างความสามัคคีระหว่างทุกชาติพันธุ์ในรัฐฉานให้สำเร็จจงได้ เพื่อให้ประชาชนในรัฐฉานแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอันยืดเยื้อยาวนาน ที่ฝังรากลึกอยู่ในรัฐฉานมาถึงทุกวันนี้

        เมื่อวันที่ ๒๑–๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญยิ่งยวดสำหรับอนาคตของประชาชนรัฐฉาน เกิดขึ้นบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า  เมื่อประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกชาติพันธุ์ในรัฐฉานประมาณ ๑๖๐ คนได้เดินทางมาร่วมกันจัดประชุมประสานงานทุกฝ่าย ก่อตั้ง “สภารัฐฉาน” ( Shan State Congress-SSC) ขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรก ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มาจากทั่วรัฐฉาน ทั้งจากภาคใต้ ภาคกลาง จากพื้นที่ติดชายแดนจีน ชายแดนตะวันตก มีทั้งคนปะโอ คนลาหู่ คนว้า กลุ่มไตแดง เครือข่ายเยาวชนไทใหญ่ สำนักข่าวไทใหญ่ กลุ่มหยุดยิง กลุ่มติดอาวุธ พระสงฆ์ คนไทใหญ่ในญี่ปุ่น คนไทใหญ่ในไทย ฯลฯ และยังมีสารแสดงความยินดีที่จะเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้จากคนไทใหญ่ในยุโรปและในอเมริกา ส่งมาถึงที่ประชุมด้วย


[พ.อ.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S) [พันเอกเจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน(RCSS)] ระหว่างการประชุมครั้งสำคัญนี้]

                โดยในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่วมกันให้จัดตั้ง “สภารัฐฉาน” ซึ่งมีคณะกรรมการรณรงค์และสรรหาจำนวน ๗ คนอันได้แก่ ตัวแทนจาก WNA(ว้า) ๑ คน, PNLO(ปะโอ) ๑ คน, LDU(ลาหู่) ๑ คน, TCC(ไทใหญ่ฝ่ายพลเรือน) ๑ คน, RCSS(ไทใหญ่ฝ่ายทหาร) ๓ คน ซึ่งคณะกรรมการรณรงค์และสรรหาที่จัดตั้งขึ้นมานี้จะได้มาพบปะปรึกษาหารือกันในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ เพื่อวางแผนดำเนินการในเรื่องอนาคตรัฐฉานต่อไป

          การก่อตั้งสภารัฐฉานครั้งนี้ อันเป็นก้าวย่างสำคัญของการรวมชาติพันธุ์ต่างๆในรัฐฉาน จะมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น พันเอกเจ้ายอดศึก ผู้นำสูงสุดของกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ ผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้สภารัฐฉานก่อตั้งขึ้นเป็นผลสำเร็จ ได้ให้คำอธิบายสดตรงจากฐานกำลังบริเวณชายแดนไทย-พม่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาดังนี้
 
เจ้าตั้งใจก่อตั้งสภารัฐฉานขึ้นมาเพื่ออะไร

                ที่เราก่อตั้งสภารัฐฉานขึ้นมา ก็เพื่อให้เป็นสภาแห่งชาติ สาเหตุเพราะในรัฐฉานไม่มีพระเจ้าอยู่หัวอย่างในประเทศไทย  เราไม่มีผู้ใหญ่ที่เป็นที่รวมใจรวมศรัทธาของประชาชนไทใหญ่ ไม่มีใครเหมือนพระเจ้าอยู่หัว ที่จะรวมใจให้คนไทใหญ่พึ่งพาอาศัยได้ เราไม่มีเลย เชื้อสายลูกเจ้าฟ้าไทใหญ่ก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ คนไทใหญ่ทุกข์ยากอย่างไรเขาไม่มารับรู้ ถึงรู้ก็แค่ข่าว ไม่มาสัมผัสความทุกข์ของเราได้จริงๆ  ดังนั้นการที่เราไม่มีศูนย์รวมจิตใจ จึงจำเป็นต้องก่อตั้งสภารัฐฉาน

            สภารัฐฉานนี้ ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาไหน คนเผ่าไหนในรัฐฉาน เราเปิดโอกาสให้เข้ามากพูดคุยกันในสภา ไม่ว่าจะเป็นตุ๊เจ้า(พระ) กลุ่มหยุดยิง หรือกลุ่มจับอาวุธต่อสู้พม่าก็ให้เข้ามาได้ ถ้าขึ้นมาในสภาแล้ว เรามาพูดคุยถามความคิดเห็นกันว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป  เราจะรักษาชาติ แผ่นดิน ศาสนาของเราไว้ได้อย่างไร  ที่พม่ามารุกรานประชาธิปไตยของไทใหญ่และทุกเผ่า มากดขี่รังแกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้ เราจะรวมใจแก่ปัญหากันอย่างไร พม่าเขามายุให้คนรัฐฉานแตกแยกรบกันฆ่าฟันกันมา ๕๐ ปี เรามีประสบการณ์แล้ว เราต้องสามัคคีกัน เราพึ่งพาคนอื่นไม่ได้แล้ว เราต้องมาร่วมสามัคคีพึ่งพากันเองแล้ว สภานี้แหละจะนำไปสู่การทำให้เชื้อชาติและแผ่นดินของเราสงบขึ้นได้ ที่เราฆ่าฟันกันเองที่ผ่านมา ให้ถือเป็นบทเรียน นี่แหละคือจุดประสงค์ที่เราตั้งสภารัฐฉาน
 

คนที่มาประชุมมาจากที่ไหนกันบ้าง มั่นใจว่าทั่วทุกเชื้อชาติ ทุกพื้นที่ในรัฐฉานไหม

                คนมาประชุมนี้ พวกในรัฐฉานมากันเยอะ ตัวแทนประชาชนในรัฐฉานมาทุกจังหวัด ประชาชนทุกเผ่ามาร่วมกันแล้ว องค์กรทุกแห่งก็มา กลุ่มที่ไม่มาอย่างกลุ่มหยุดยิง เขากลัว เขามาไม่ได้เพราะกลัวพม่ารู้ แต่เขาก็ได้ส่งความคิดเห็นให้ความยินดีมาในที่ประชุม ยังมีคนทุกเผ่าทั้งว้า ลาหู่ ปะโอ ผมมั่นใจว่ามาจากทุกพื้นที่
 

ปัญหาหนักที่สุดในรัฐฉานขณะนี้คืออะไร
                ปัญหาหลักๆมี ๓ ปัญหา คือ

๑. ให้กลุ่มถืออาวุธทุกกลุ่มที่กระจัดกระจายกันอยู่ในรัฐฉานขณะนี้ มีความสมามัคคีกัน ประสานงานให้มาเป็นกลุ่มเดียวกัน

๒.ประชาชนของเราตอนนี้พม่ากดขี่รังแก จนไม่ได้ทำงานอย่างจริงจัง หนีมาประเทศไทยก็มาก เศรษฐกิจลำบาก ของแพงขึ้นทุกวัน ประชาชนทั้งอดอยากและไม่มีความปลอดภัย

๓.ปัญหาการเมืองกับพม่า อย่างไรก็แล้วแต่ พม่ากำลังทำทุกวิถีทางให้เกิดการล้างเผ่าพันธุ์ของชนเผ่า  พยายามกลืนชาติ ทำลายวัฒนธรรมของพวกเรา เราต้องพยายามแก้ไขป้องกันทุกทาง
 

แล้วปัญหาในรัฐฉานเองซึ่งมีหลายเชื้อชาติมาก ขัดแย้งกันเองหนักไหม

                ที่จริงระหว่างชนเผ่าแต่ละเผ่าในรัฐฉาน เราอยู่กันเองมาได้ตลอดหลายร้อยปี ไม่มีปัญหาหนักๆอะไร มามีปัญหาเมื่อพม่าพยายามทำให้เกิดความแตกแยก
 

จะแก้ไขได้อย่างไร เพราะแต่ละกลุ่ม แต่ละเชื้อชาติยังรวมตัวกันเองไม่ได้

                ที่จริงเมื่อรวมกันก่อตั้งสภารัฐฉานได้แล้ว เรามีแผนหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกก็คือให้เรารวมกลุ่มกันได้ทุกกลุ่ม ทุกองค์กรก่อน ถ้าเรารวมกันได้แล้ว ประเด็นที่ ๒ คือ เราจะมาเขียนรัฐธรรมนูญของเรา  เราจะมาจัดตั้งคนเขียนรัฐธรรมนูญของรัฐฉาน ถ้าเรามีรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้ว เราจะมาจัดตั้งปฏิรูปการเมืองของเรา ว่าจะทำอย่างไรต่อไป มันมีอีกหลายขั้นตอน

 

แต่ปัญหาคือสภารัฐฉานไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีหน่วยงานใดรับรอง จะทำให้มีน้ำหนักในการต่อรองได้ด้วยหรือ

                จริงๆ อันนี้มันไม่เกี่ยวกับพม่า มันเกี่ยวกับประชาชนรัฐฉาน ของไทใหญ่เอง
 

ถ้าประเทศไทใหญ่ไม่ได้ปกครองตัวเอง สภามันก็ทำอะไรไม่ได้นี่

                เราก็พยายามผลักดันต่อไป เพราะสภานี้เรารวมทั้งคนไทใหญ่รัฐฉาน และคนไทใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศ ให้มีส่วนร่วมเข้ามา
 

ตั้งสภาขึ้นมา เจ้าคิดจะไปต่อรองอะไรกับรัฐบาลพม่า

           สภานี้เราไม่ได้ต่อรองอะไรกับรัฐบาลพม่า จุดประสงค์คือ เราจะให้สามัคคีกันภายในชนชาติของเราเอง ถ้าเราสามัคคีกันภายในชาติของเราเอง ถ้าพม่ามีใจยุติธรรมเขาน่าจะดีใจด้วย ถ้าเขาไม่ยุติธรรมเขาก็ไม่ดีใจกับเราหรอก
 

แต่ถ้าพม่าไม่ยอมรับ หรือทำทียอมรับแล้ว “เบี้ยว” พวกคุณอีกล่ะ เจ้าจะป้องกันแก้ปัญหาอย่างไร

                จริงๆที่เราตั้งสภา พม่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องของพม่า ส่วนหน้าที่ของเรานั้น เราต้องตั้งสภาของเราให้สำเร็จ ให้สามัคคีกัน ให้ประชาชนของเรามีที่พึ่งพา จริงๆประชาชนของเราไม่มีที่พึ่ง ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ถ้าเราสามัคคีกันรวมกลุ่มกันได้ จะทำอะไรต่อไปก็ได้ ถ้าพม่าอยากให้ประเทศเป็นสหภาพที่แท้จริง ก็ทำได้ ถ้าพม่าไม่ยอมรับ เราเอาเอกราชของเราเองก็ได้ อันนี้มันอยู่ที่เราจะสามัคคีกันอย่างไร
 

การตั้งสภานี้คิดว่าพม่าจะฟังพวกคุณแค่ไหน
                ผมไม่ให้พม่ามาฟังสภาของเรา เราไม่ยุ่งกับพม่าอยู่แล้ว

 
จะป้องกันอย่างไร ไม่ให้พม่ามาแทรกแซง และยุแหย่ให้สภาของพวกคุณแตกแยกกันเองอีก

                อันนี่แหละประชาชนของเราถึงต้องการให้สามัคคีกันให้ได้ ใครจะมายุแหย่ให้แตกแยกกันไม่ได้อีกแล้ว  เรามีประสบการณ์มามากแล้ว ที่ยุแหย่ให้แตกแยกกันได้นั้น เป็นคนโง่  ถ้าใครยังแตกแยกกันอีก มันโง่แล้ว พม่ากดขี่ทำร้ายขนาดนี้ยังไม่รู้ตัว ยังไม่เข็ด มันโง่  พม่ามายุแหย่ให้แตกแยกได้อีก มันโง่แล้ว

            ผมเชื่อถือชาติของเราและทุกเผ่าในรัฐฉาน ว่าเขารู้ตัวแล้ว รู้จักพม่ากันหมดแล้ว


แต่ในอดีตที่ผ่านมา ก็มีการพยายามก่อตั้งองค์กรกู้ชาติทั้งทางการเมืองการทหารในรัฐฉานของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆมาเป็นสิบๆองค์กรแล้วนี่ แต่ก็ “พัง” ลงไปทุกที ไม่เคยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆที่เป็นรูปธรรมได้เลย คราวนี้เจ้าคิดว่าสภารัฐฉานที่ตั้งขึ้นมา ต่างจากการตั้งหลากหลายองค์กรครั้งก่อนๆอย่างไร และทำไมถึงเชื่อว่าครั้งนี้จะสำเร็จได้

                สภารัฐฉานแบบนี้ที่รวมกันทั้งรัฐฉาน ในช่วงการต่อสู้ตลอด ๕๐ ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีการก่อตั้งขึ้นมาได้ มีแต่การก่อตั้งกลุ่มการเมือง สภารัฐฉานไม่ใช่กลุ่มการเมือง แต่เป็นทุกเชื้อชาติทุกองค์กรมารวมกลุ่มกันเอง ซึ่งไม่ใช่กลุ่มการเมือง กลุ่มการเมืองมันต้องมีนโยบายการเมือง  อันนี้ไม่มีนโยบายการเมือง แต่ให้ทุกชนชาติทุกกลุ่มมารวมตัวกัน มาถามความคิดเห็นกันทั่วๆไป ทั้งการเมือง การทหาร การปกครอง วัฒนธรรม ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนในรัฐฉาน ครั้งนี้เรารวมกลุ่มตั้งสภารัฐฉานได้สำเร็จแล้ว ปีหน้าเราจะมาเจอกัน พบกันปีละครั้ง มาระดมความคิด มาพูดคุยกัน มาลงมติกัน ว่าเราจะทำอะไรต่อไป แล้วทีนี้กลุ่มใครกลุ่มมันให้ไปทำกันเอง ถ้าเขารักองค์กร รักเชื้อชาติ รักประชาชนของเขา เขาก็ต้องทำ
 

ผลการประชุมเพื่อก่อตั้งสภาในครั้งแรกนี้ เป็นที่พอใจไหม

                ผมว่าเป็นที่พอใจของทุกคน เพราะในรัฐฉาน ๕๐ ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครมาตั้งสภารัฐฉาน เมื่อรวบรวมทุกกลุ่มได้อย่างนี้ ทุกฝ่ายทั้งพระสงฆ์ คนแก่ เขายินดีอย่างมาก การต่อสู้ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครทำขึ้นมาอย่างนี้
 

เจ้าคิดจะตั้งสภารัฐฉานมานานแค่ไหน

                คิดมา ๔-๕ ปีแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาส  แต่ครั้งนี้ที่ทำให้มาประชุมกันได้ เพราะสถานการณ์เอื้อให้ ๓ อย่างคือ

๑.พม่ามีแผนจะจัดการเลือกตั้งปีค.ศ.๒๐๑๐ ประชาชนที่ไหนๆก็กังวลกัน ว่าจะเอาอย่างไร จะอยู่อย่างไรต่อไป ประชาชนไม่มีที่พึ่งพา จะถามใครที่ไหน จะไปที่ไหน

๒.กลุ่มถืออาวุธทุกกลุ่ม เราสามารถประสานงานกันเองได้แล้ว เราไม่ยิงกันแล้ว ประชาชนไปมาหาสู่กันเองในรัฐฉานง่ายขึ้น ก่อนนั้นเรารบกันเอง ประชาชนไม่เชื่อในกันและกัน ไม่กล้าแสดงตัว ตอนนี้ศัตรูของเรามีพม่ากลุ่มเดียว

๓.สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน(RCSS)ของเรา ได้ประกาศก่อตั้งมานานแล้ว ประชาชนในรัฐฉานก็อยากมารู้จัก มารู้เห็นว่า RCSS ของเรา ทำอะไรอยู่บ้าง

                ผมจึงใช้ ๓ โอกาสนี้ก่อตั้งสภารัฐฉานขึ้นมา

 

แล้วกับกลุ่มว้าแดง(UWSA)ล่ะ เขาเข้าร่วมด้วยไหม

                เราประสานงานกันอยู่ เขาก็เห็นด้วย เพียงแต่เขาไม่ได้มาประชุมครั้งนี้ ส่วนประชาชนว้า เขามากันอยู่

primi sui motori con e-max
You are here: Home ข่าวทั่วไป สภารัฐฉาน:อีกก้าวย่างของการรวมชาติ

ลิงค์อื่น ๆ