บทความพิเศษ../๑

บทความ

เรื่อง ยุคโลกาภิวัตน์นำสู่ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

                โลกของเราปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยการปฏิวัติเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วทุกมุมโลก โดยใช้ระยะเวลาเพียงช่วงเสียววินาที เราเรียกกันติดปากว่า ยุคโลกาภิวัตน์ โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่การสิ้นสุดยุคสงครามเย็น คือ ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลทำให้เกิดกระแสการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่ยังเป็นตัวผลักดันให้เกิดกระแสการไหลเวียนของเงินทุน สินค้า และบริการ รวมทั้งการโยกย้ายถิ่นฐาน จึงทำให้ปรากฏการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของวัฒนธรรม ระบบความคิดความเชื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ แน่นอนว่า ผลพวงที่ตามมาคือ การเติบโตของภาคประชาสังคม และองค์กรนอกรัฐต่างๆ ซึ่งก็รวมถึงองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ โดยองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ได้ขยายธุรกิจของตนจากประเทศที่มีความเข้มงวดเรื่องกฎหมาย เข้าไปยังประเทศซึ่งมีระบบกฎหมายที่ล้าหลัง หรือมีการบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปราบปราม จนเกิดการท้าทายอำนาจรัฐในหลายประเทศ แต่ภาครัฐไม่สามารถจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากองค์กรเหล่านั้นมีความยืดหยุ่น คล่องตัว และมีฐานปฏิบัติการในหลายประเทศ ขณะที่ความร่วมมือระหว่างรัฐในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องด้วยมีความละเอียดอ่อน และมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงของแต่ละรัฐ

            ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติได้ระบุถึงประเภทต่างๆ ของอาชญากรรมข้ามชาติไว้ ๑๘ ประเภท ได้แก่ การฟอกเงิน การก่อการร้าย การโจรกรรมงานศิลปะและผลงานทางวัฒนธรรม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การค้าอาวุธเถื่อน โจรสลัดในทะเล โจรสลัดบนบก การหลอกลวงในธุรกิจประกัน อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม การค้ามนุษย์ การค้าอวัยวะมนุษย์ การค้ายาเสพติด การกลอกเรื่องล้มละลาย การแทรกซึมองค์กรธุรกิจ การคอรัปชั่น การให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และความผิดอื่นๆ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจอธิปไตยและเอกภาพแห่งดินแดนของรัฐ และส่งผลกระทบต่อความเสถียรภาพของรัฐบาลและยังส่งผลกระทบต่อสังคม และความมั่นคงของประเทศนั้นๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นการร่วมตัวกันเพื่อเป็นตลาดขนาดกว่าหกร้อยล้านคน โดยการอำนวยความสะดวกในเรื่อง ต่างๆ เช่นการเคลื่อนย้ายเงินทุน การไหลเวียนของสินค้าและบริการ และการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจากชาติอาเซียน ซึ่งการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสามารถเอื้อประโยชน์ให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และเกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงเจริญก้าวหน้าของภูมิภาคนี้ในระยะยาว แต่ในมุมกลับกัน การรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็เปิดโอกาสให้กับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาแสวงหาประโยชน์ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า หากประเทศอาเซียนขาดการเตรียมการ

สรุปว่า เพื่อป้องกันและควบคุมองค์กรอาชญากรรทข้ามชาติ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมามากมาย ดังนั้น ประเทศอาเซียนจึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหาข้ามพรมแดนอื่นๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมตกอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเลขาธิการอาเซียน การร่วมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางเศรษฐกิจเท่านั้น การจัดการระบบภายในของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่างหาก ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่า การร่วมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจครั้งนี้ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะประสบความสำเร็จได้มาน้อยเพียงใด แต่ก็เชื่อมั่นว่าประเทศสมาชิกของประชาคมอาเซียนจะพากันก้าวเดินไปข้างหน้า โดยไม่ทอดทิ้งประเทศใดประเทศหนึ่งให้อยู่อย่างเดียวดาย

*****************************

     

                                                     นามปากกา รัตน์สุบรรณ

ตรวจถูกต้อง

primi sui motori con e-max
You are here: Home ข่าวทั่วไป บทความพิเศษ../๑