แถลงการณ์

สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน

แถลงการณ์

วันที่ 27 มิถุนายน 2556

 

                เกี่ยว กับการเดินทางไปพบปะประธานาธิบดีเต็งเส่ง รวมทั้งพบปะพรรคการเมือง, ตัวแทนคณะทูตประเทศต่างๆ, องค์กรภาคประชาชน และประชาชนในรัฐฉาน ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกของคณะเสริมสร้างสันติภาพสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ซึ่งมี พล.ท. เจ้ายอดศึก เป็นหัวหน้าคณะ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2556 และเดินทางกลับมาถึงบก.ดอยไตแลง จึงได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเดินทางฉบับนี้

1.             วันที่ 10 มิถุนายน 2556 เข้าพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง และได้พูดเสนอเกี่ยวกับ

1.1   เกี่ยวกับการปฏิรูปบ้านเมืองให้เป็นสหภาพที่แท้จริง (Federal)

1.2  ให้ประชาชนมีสิทธิกำหนดชะตากรรมตนเอง

1.3   ปกครองบ้านเมืองโดยระบอบประชาธิปไตย

1.4   ช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการสู้รบที่ยังเกิดขึ้น หลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิงกันแล้ว

1.5    เกี่ยวกับมติข้อตกลงในการประชุมที่เชียงตุง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 ที่จะ    จัดตั้งคณะกรรมาธิการดูแลเรื่องสันติภาพนั้น ขอให้รีบดำเนินการจัดตั้งโดยเร็ว

1.6   เกี่ยวกับที่ดินที่ได้ยื่นขอไว้เพื่อใช้ในการเกษตรและเศรษฐกิจนั้น ให้ช่วยดำเนินการพิจารณาให้

1.7    เกี่ยวกับความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดตามที่ได้ตกลงกันในการประชุมที่เชียงตุง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 อยากให้รีบดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

2.             วันที่ 10 มิถุนายน 2556 ช่วง บ่าย ได้เข้าพบปะคณะรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ โดยมี นาย อูอ่องมิน และนาย อูโจเต็ง เป็นหัวหน้าคณะในการพูดคุย โดยได้พิจารณาเกี่ยวกับคำชี้แนะของประธานาธิบดีเต็งเส่ง ที่ได้พบปะพูดคุยกันในตอนช่วงเช้า ถึงสิ่งที่จะต้องแก้ไขและสิ่งที่จะต้องดำเนินการเกี่ยวกับข้อเสนอของสภา เพื่อการกอบกู้รัฐฉานที่ได้ยื่นเสนอไปทั้ง 7 ข้อ โดยทางฝ่ายรัฐบาลพม่าได้ตอบชี้แจงมาดังนี้

2.1  เกี่ยว กับการดำเนินการจัดทำบัตรประชาชนแก่ประชาชนนั้น ให้ทางสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานรวบรวมบัญชีรายชื่อยื่นให้แก่รัฐมนตรี อูขิ่นหยี่ ซึ่งรับหน้าที่ดำเนินการจัดทำต่อไป

2.2  เกี่ยวกับที่ดินที่จะใช้ในการเพาะปลูกเพื่อการเกษตร จำนวน 5,000เอเคอร์ ที่ได้ยื่นขอไว้และให้ได้คำตอบกลับไปทันทีนั้น จะตอบให้ที่ตองยี

2.3  เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการดูแลเรื่องสันติภาพนั้น ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว

3.             วันที่ 11 มิถุนายน 2556 ได้เข้าพบปะรัฐมนตรี อูอ่องมินและรัฐมนครี โจเต็ง เกี่ยวกับการปล่อยตัวประชาชนและทหารของ RCSS/SSA ที่ ถูกจำคุกเกี่ยวกับความผิดทางการเมือง โดยได้ข้อสรุปว่านอกเสียจากบุคคลที่มีความผิดทางคดีอาญาและมีเจ้าทุกข์ยื่น ฟ้องร้องเป็นคดีความไว้นั้น จะดำเนิน การ   ปล่อยตัวเป็นชุดๆ โดยจะให้แล้วเสร็จก่อนเดือนธันวาคม 2556

หลังจากนั้นในช่วงค่ำได้รับประทานอาหารร่วมกัน

 4.             วันที่ 12 มิถุนายน 2556 (ตอน เย็น) ได้เดินทางถึงย่างกุ้ง และได้เข้าพบปะเจ้าขุนทุนอู, เจ้าจายอ้ายเปา, เจ้าเสือแท่น และเจ้าหาญยองห้วย รับประทานอาหารร่วมกันพร้อมทั้งพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือในการปกครองบ้าน เมืองให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็น

5.             วันที่ 13 มิถุนายน 2556 ได้เข้าพบปะกลุ่ม UNODC ที่สำนักงาน UNODC ซึ่งเปิดสำนักงานไว้ที่กรุงย่างกุ้ง พร้อมทั้งได้พบปะทูตสหรัฐอเมริกา, ทูตสหราชอาณาจักร และทูตญี่ปุ่น หลังจากนั้นทาง UNODC และ RCSS/SSA ได้ ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับความร่วมในการปราบปรามยาเสพติด ต่อจากนั้นได้เข้าพบปะทูตนอร์เวย์ ซึ่งสนับสนุนสันติภาพในพม่า โดยทางทูตนอร์เวย์ได้กล่าวว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศพม่าในการที่จะให้ เกิดสันติภาพโดยเร็ว และหากทาง RCSS/SSA ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรนั้น จะดำเนินการให้คามช่วยเหลือต่อไป

6.             วันที่ 14 มิถุนายน 2556 เวลา 10.00 น. ได้พบปะกับตัวแทนพรรคการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 12 พรรค รวมทั้งองค์กรภาคสังคมต่างๆ ที่โรงแรม Royal Rose กรุงย่างกุ้ง ในการพบปะพูดคุยกันนั้น ทาง RCSS/SSA ได้ กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับการร่วมกันสร้างบ้านเมืองให้เป็นประเทศสหภาพที่แท้จริง เป็นบ้านเมืองที่ปกครองโดยระบบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง เกี่ยวกับการหยุดยิงนั้น จะต้องหยุดยิงทั้งสองฝ่ายจึงจะสามารถเป็นการหยุดยิงที่แท้จริง ซึ่งพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยที่จะให้เป็นสหภาพที่แท้จริงและปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตย และพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ยังมีความเห็นสอดคล้องกันอีกว่า คำว่าชาติพันธุ์นั้น พม่าก็เป็นชาติพันธุ์หนึ่ง ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกัน

7.             วันที่ 15 มิถุนายน 2556 เวลา 14.00 น. ได้เข้าพบปะนางอ่อง ซาน ซูจี โดยได้ตั้งคำถามกับนางออง ซาน ซูจี 3 ข้อ ดังนี้

7.1 จะร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในการพัฒนาบ้านเมืองต่อไปอย่างไร

7.2จะพัฒนาอย่างไรให้ระบอบประชาธิปไตยมีความก้าวหน้า

7.3ในการจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองนั้น จะต้องเริ่มจากจุดไหนเป็นอันดับแรก

ซึ่ง ทางนางออง ซาน ซูจี ได้ตอบว่า “ในการร่วมสร้างสหภาพนั้นได้เปิดทางให้แก่ทุกคนและทุกชาติพันธุ์ ซึ่งพม่าเองก็เป็นชาติพันธุ์หนึ่งเช่นกัน” และนางออง ซาน ซูจี ยังได้กล่าวอีกว่า “การที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองบ้านเมืองนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวผู้นำที่มีอำนาจ ซึ่งหากมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงนั้น ก็ชั่วครู่เดียว และในส่วนที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปได้นั้น จะต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนจนถึงผู้ใหญ่ให้เข้าใจ ถึงจะพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ และเห็นด้วยที่ทาง RCSS/SSA ได้มีนโยบายเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในเรื่องนี้ได้พูดมาเป็นเวลา 5 ปีกว่าแล้ว เกี่ยวกับความร่วมมือกันนั้น ให้ได้มีการติดต่อประสานกันต่อไป”

8.             วันที่ 16 มิถุนายน 2556 เดินทางไปยังเมืองเวียงเหล่อ

9.             วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เดินทางออกจากเมืองเวียงเหล่อขึ้นไปยังเมืองจ๊อกเม มีพี่น้องประชาชนมาคอยให้การต้อนรับประมาณ 800 คน และได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ตั้งคำถาม และรับฟังความต้องการของพี่น้องประชาชน หลังจากนั้นได้กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ รวมทั้งการได้พบปะกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง และได้รับประทานอาหารร่วมกันกับพี่น้องประชาชน ในตอนบ่ายได้เดินทางกลับไปยังเมืองเวียงเหล่อ

10.      วันที่ 18 มิถุนายน 2556 พบปะ ชมรมภาษาและวัฒนธรรมไทใหญ่เมืองเวียงเหล่อ, ประชาชนไตแดงที่อาศัยอยู่ภาคสะไก และกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้าน หลังจากนั้นเดินทางกลับจากเมืองเวียงเหล่อไปยังเมืองตองยีเมืองหลวงของรัฐ ฉาน โดยมีเจ้าอ้ายเปาผู้นำพรรคเสือเผือก รวมทั้งกลุ่มหนุ่มสาวของชมรมภาษาและวัฒนธรรมไทใหญ่เมืองตองยีมาให้การต้อน รับ

11.      วันที่ 19 มิถุนายน 2556 พบปะตัวแทนพรรคเสือเผือก และพรรคของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 9 พรรค ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2008 ให้เป็นสหภาพที่แท้จริง ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย และให้มีการกำหนดอำนาจบริหาร, นิติบัญญัติ และตุลาการไว้อย่างชัดเจน

12.      วันที่ 20 มิถุนายน 2556 พบปะ คณะรัฐมนตรีรัฐฉาน ซึ่งมีประธานสภารัฐฉาน นายอูอ่องเมียด เป็นหัวหน้าคณะ โดยได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์ให้เกิดความใกล้ชิดกับพม่า รวมทั้งให้มีการพูดคุยกันกับทางรัฐบาลพม่าเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และเกี่ยวกับการสู้รบที่ยังเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิงกันแล้ว ก็ให้หาทางเจรจาพูดคุยกัน แก้ไขปัญหาต่อไป และทางRCSS/SSA ได้ ขอเปิดสำนักงานประสานงานเพิ่มเติมที่เมืองปั่น และเมืองจ๊อกเม การที่จะทำให้ไม่เกิดการสู้รบกันเกิดขึ้นอีกนั้นจะต้องเข้าใจกันและเข้าหา กัน

13.      วันที่ 21 มิถุนายน 2556 ตอน เช้าได้เดินทางไปนมัสการพระอาจารย์(วัดปิตาก๊าด) เมืองตองยี หลังจากนั้นช่วงบ่ายได้พบปะพี่น้องประชาชน โดยมีพี่น้องประชาชนมาคอยให้การต้อนรับประมาณ 1,000 คน พร้อมทั้งได้เปิดโอกาสให้ประชาชนตั้งคำถาม และทาง RCSS/SSA ได้เรียนชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับนโยบายหลัก 6 ข้อ ของ RCSS/SSA

14.      วันที่ 22 มิถุนายน 2556 ได้เดินทางไปยังเมืองปางโหลง มีพระสงฆ์และประชาชนมาคอยให้การต้อนรับประมาณ 1,000 คน และได้นำประชาชนเข้านมัสการพระอาจารย์ ดร.ปั้ดตั่นต๊ะปิ่งหญ่าหนั่นต๊ะ ( ประธานคณะสงฆ์ รัฐฉาน ) , เจ้าสุคำ และเจ้าหนั่นต๊ะหวุ่นซ๊ะ รวมทั้งคณะสงฆ์ 20 กว่ารูป หลังจากนั้นได้ถวายอาหารเพลแด่พระสงฆ์ และได้พูดคุยทักทายพี่น้องประชาชน ต่อจากนั้นได้เดินทางไปถ่ายรูปเสาหลักจารึกที่บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของ ชนเทือกเขา และคนพื้นราบร่วมกันก่อตั้งสหภาพที่เมืองปางโหลง เมื่อปีพศ. 1947 ไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมสามเณร(โก่เหย่นเล) ที่หัวปง และเดินทางกลับไปยังเมืองตองยี

15.      วันที่ 23 มิถุนายน 2556 เวลา 08.00 น. เดินทางไปดูหอเจ้าฟ้ายองห้วย และสุสานของเจ้าฟ้ายองห้วย ต่อจากนั้นได้นั่งเครื่องบินออกจากสนามบินไฮโฮ มาลงที่สนามบินท่าขี้เหล็ก โดยมีพี่น้องประชาชนมาคอยให้การต้อนรับ ประมาณ 500 คน โดยได้กล่าวชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่มาคอยให้การต้อนรับได้รับทราบเกี่ยว กับสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการได้พบปะกับบุคคลต่างๆ หลังจากนั้นได้เดินทางกลับมาถึงยังบก.ดอยไตแลงอย่างสวัสดิภาพ

 

สรุปความคิดเห็นและข้อพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบเจอในการเดินทางครั้งนี้

1.             เกี่ยวกับคณะเสริมสร้างสันติภาพ(UPWC) และคณะทำงานศูนย์กลางสันติภาพพม่า(MPC) ที่รัฐมนตรีอูอองมิน ได้เรียนเชิญ RCSS/SSA เดิน ทางมาเยือนในครั้งนี้ ทำให้มองเห็นว่าเป็นความต้องการที่จะให้ผู้นำได้มารู้จักกัน พบปะกัน พูดคุยกันในสิ่งที่ต้องการอย่างเปิดอกชัดเจน และเพื่อที่จะหาหนทางในการเสริมสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นได้โดยง่ายนั้น เป็นสิ่งที่ดีมากๆ และสมควรที่จะเรียนเชิญผู้นำกลุ่มต่างๆไปเยี่ยมเยือนก็จะยิ่งดี

2.             เกี่ยว กับประธานาธิบดีเต็งเส่ง หลังจากที่ได้มีการพบปะกันแล้วนั้นจะมองเห็นได้ว่าท่านเป็นบุคคลที่ใจเย็น และเปิดกว้าง ซึ่งท่านเองมีความวิตกกังวลกลัวจะไม่สามารถสร้างสันติภาพระยะยาวได้ และวิตกที่จะได้สู้รบกันอีก และได้เห็นว่าอำนาจในการควบคุมกองทัพนั้นไม่ค่อยชัดเจนหรือมีมากเท่าไหร่ ผู้นำระดับสูงภายในที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงก็มี ในส่วนที่ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็มี ดังเช่นนายอูอ่องตอง(ซึ่งเป็นผู้นำระดับสูงในพรรคราชสีห์ USDP และ เคยเป็นบุคคลในคณะเสริมสร้างสันติภาพของรัฐบาล ซึ่งเคยเจรจาพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มว้า, เมืองลา และคะฉิ่นนั้น หลังจากนั้นได้ถูกถอดถอนออกจากคณะเสริมสร้างสันติภาพของรัฐบาลเมื่อมีการจัด ตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างสันติภาพสหภาพขึ้นมาใหม่ โดยมีดร.จายหมอกคำ เป็นหัวหน้าคณะ)นั้น  ดูจะไม่ลงรอยกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง และดูเหมือนจะเกิดความไม่ค่อยพอใจที่รัฐมนตรีอูอองมิน ได้เชิญ RCSS/SSA ไปพบประธานาธิบดีเต็งเส่งในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ต้องแบกภาระในการต่อสู้กับปัญหานี้อย่างหนักอึ้ง

3.             เกี่ยว กับประธานสภานายตู่ละส่วยมาน และนางอองซานซูจี ทั้งสองคนนี้มีเป้าหมายที่ต้องการจะเป็นประธานาธิบดีเหมือนกัน การที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้เป็นสหภาพที่แท้จริงต่อไปในอนาคตนั้น จะต้องจับตามองต่อไป

4.             ใน ส่วนของกองทัพนั้น ยังเห็นว่าไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มองเห็นว่าทางกองทัพนั้นต้องการแก้ปัญหาโดยการใช้กำลังเท่านั้นเอง การที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองบ้านเมืองนั้นกองทัพก็มีความสำคัญเป็น อย่างยิ่ง

5.             เกี่ยวกับคำถามที่พี่น้องประชาชนถามเป็นส่วนใหญ่นั้น คือ เจราจาหยุดยิงกันแล้ว เพราะอะไรถึงยังสู้รบกันอยู่?. เรื่องยาเสพติด และเรื่องเกี่ยวกับการพบปะพี่น้องประชาชนและ RCSS/SSA นั้น ภายหลังมาจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ความต้องการในส่วนลึกจากใจของพี่น้องประชาชนนั้น ต้องการที่จะเห็นบ้านเมืองเกิดความสงบสุขโดยเร็ว ซึ่งทาง RCSS/SSA ก็ได้ตอบว่า ในการติดต่อประสานกันโดยไม่ให้มีภัยอันตรายนั้นจะต้องยกเลิกกฎหมายมาตรา 17(1) แล้วร่วมกันสร้างบ้านเมืองต่อไป ประชาชนในรัฐฉานที่ได้มาพบปะกันทั้งพื้นที่รัฐฉานภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมกันทั้งหมดประมาณ 4,000 คน

 

 

 

 

                                                                                            สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน

primi sui motori con e-max
You are here: Home แถลงการณ์ แถลงการณ์